กระทรวงวัฒนธรรม
www.kan-culture.com
หน้าหลัก
แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ มณีเมืองกาญจน์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว แหล่งแร่น้ำตก

 

เพลงเหย่อย

รำเหย่อยหรือเพลงเหย่อย เป็นการละเล่นพื้นเมืองของไทยอย่างหนึ่ง
ซึ่งเล่นในบางท้องที่ของ จ. กาญจนบุรu เพลงเหย่อยนี้ไม่เล่นกันแพร่หลาย
มากนัก ทำให้การละเล่นชนิดนี้เกือบจะสูญหายไป

ระหว่าง พ.ศ. 2504 คณะสำรวจไทย - เดนมาร์ก ได้ทำการขุดสำรวจเกี่ยวกับ
เรื่องราว ก่อนประวัติศาสตร์ ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรีหลายๆ แห่ง ในระหว่าง
ท ี่คณะสำรวจกำลังพำนักอยู่ ที่บ้านเก่า นายชิน อยู่ดี ภัณฑารักษ์เอก กรมศิลปากร
หัวหน้าคณะสำรวจฝ่ายไทย ได้เห็นการ ละเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่งที่ชาวบ้าน
บ้านเก่าเล่นให้ดู ซึ่งนายชินเห็นแล้วสนใจมาก เพราะไม่เคยเห็น การร้องและวิธีีรำอย่างนี้มาก่อน
การละเล่นนี้ชาวบ้านเรียกว่า เพลงเหย่อย หรือรำเหย่อย

นายชิน อยู่ดี จึงรายงานมาที่กรมศิลปากรว่า เพลงเหย่อยน่าจะเป็น
การละเล่นพื้นเมือง เก่าแก่ของไทยและกำลังจะสูญหายไป
ซึ่งนายธนิต อยู่โพธิ์ อธิบดี กรมศิลปากรในสมัยนั้นด้เดินทางไปดู
การเล่นเพลงเหย่อยที่หมู่บ้านบ้านเก่า ด้วยตนเอง
เมื่อได้เห็นแล้วก็สันนิษฐานว่าเป็นการละเล่นพื้นเมืองอย่างหนึ่ง
ที่กำลังจะสูญหายไป จึงให้ศิลปินของกรมศิลปากรไปที่หมู่บ้านบ้านเก่า ต.จระเข้เผือก
อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พ.ศ. 2506 เพื่อฝึกหัดและสืบทอดการเล่น
เพลงเหย่อยไว้ โดยนายเทียบ ทองพูน ผู้ใหญ่บ้านบ้านเก่า ได้จัดให้ผู้รำเหย่อย
มาแสดงให้ชม และถ่ายทอดฝึกหัดให้ที่สนามหน้าโรงเรียนประชาบาลบ้านเก่า
เพลงเหย่อยเป็นการเล่นที่สนุกสนานมาก ในสมัยก่อนเมื่อได้ตั้งวงเล่นกันแล้ว
ผู้เล่นจะสนุกสนาน สามารถเล่นได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน

การที่เรียกการละเล่นชนิดนี้ว่า "รำเหย่อย" หรือ "รำพาดผ้า" อาจจะเป็นเพราะ
คำร้อง ที่กลอนว่า"เอย" ทุกครั้ง ซึ่งคนแถวนั้นอาจจะร้องเสียงเพี้ยนไปเป็น "เหย่อย"
ส่วนการที่เรียกว่า "รำพาดผ้า" อาจเรียกตามวิธีการเล่นที่ต้องใช้ผ้าพาดหรือ
คล้อง ไหล่ผู้ที่จะมาเป็นคู่ร้องของตน หรือ เรียกจากคำร้องที่พ่อเพลงกล่าวเชิญชวน
ในตอนแรกไว้ว่า "มาเถิดหนาแม่มา มาเล่นพาดผ้ากันเอย"

หลังจากที่ศิลปินกรมศิลปากรได้รับการถ่ายทอดการรำเหย่อยมาแล้ว
ก็นำมาปรับปรุง ท่ารำให้สวยงามยิ่งขึ้น แต่คงเนื้อร้องเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลงอะไร
และเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๗
รัฐบาลได้จัดการแสดงนาฏศิลป์ถวายให้สมเด็จพระราชาธิบดีีและสมเด็จพระราชินี
ีแห่งมาเลเซียทอดพระเนตรที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนิน
ไปทอดพระเนตร ในโอกาสนี้ทางกรมศิลปากร
จึงได้จัดให้มีการแสดงชุดรำเหย่อยเป็นครั้งแรก ต่อมาในวันที่
๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ "เอสโซ่" ก็ได้เสนอ "มรดกของไทย"
เรื่อง "เพลงเหย่อย" ทางโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับชม

ในปัจจุบัันการแสดงเพลงเหย่อยได้ัรับการฟื้นฟูและสืบทอดกันมากขึ้น
ในจังหวัด กาญจนบุรี โดยมีการแสดงอยู่ในชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ อำเภอเมือง ฯ
อำเภอท่าม่วง และอำเภอพนมทวน โดยเฉพาะที่บ้านหนองขาว อำเภอท่าม่วง
ได้มีการถ่ายทอดการแสดง เพลงเหย่ยให้แก่เยาวชนในชุมชน
เพื่อใช้แสดงในโอกาสต่าง ๆ จนได้รับการยอมรับ และยกย่องอย่างกว้างขวาง

 

จาก www.anurakthai.com
โดยนายทวีป พัฒนมาศ
นักวิชาการวัฒนธรรม ๖ว

 

 

เพลงเหย่ย

 

 

เพลงเหย่ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ย้อนกลับ

ทักทาย : ติดต่อผู้ดูแลระบบ